วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่13


บันทึกอนุทินครั้งที่13วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน 2561
เวลาเรียน08:30-11:30น.ว่าที่ รต. กฤตณ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด





ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการ์ตูนเคลื่อนไหวน่ารัก





วันนี้เป็นวันปิดคอสเรียนจ้าอาจารย์ก็ได้ให้เลือกลงทะเบียนการเรียนและสอนวิธีการต่างๆพร้อมบอกแนวข้อสอบ
แล้วก็ให้พรขออให้ทุกคนโชคดีในการสอบจ้าบายย




ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการ์ตูนเคลื่อนไหวน่ารัก

บันทึกอนุทินครั้งที่12


บันทึกอนุทินครั้งที่12
วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561
เวลาเรียน08:30-11:30น.
ว่าที่ รต. กฤตณ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด






วันนนี้เป็นวันที่ได้ไปดูการสอบในโรงเรียนสาธิตบอกได้เลยว่าเด็นที่นี้จะออกแนวลูกผู้ดีซึ่งจะแตกต่างจากมูลนิธิเด็นอ่อนในสลัมที่การศึกษาจะได้รับแบบเต็มกว่าพร้อมกว่าในทุกๆด้านมีครูที่มีความรู้และมีประสบการณ์แบบมากของใช้ครบอุปกรณ์การเรียน


น้องที่นี่จะได้เรียนภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และการร่ายรำ ดนตรี หรือการว่ายน้ำ
จะเป็นเด็กอนุบาลสองน้องๆน่ารักมากค่ะฉลาดกันทุกคน

บันทึกอนุทินครั้งที่11


บันทึกอนุทินครั้งที่11
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2561
เวลาเรียน08:30-11:30น.
ว่าที่ รต. กฤตณ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด

ในภาพอาจจะมี 5 คน, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่ในร่ม

วันนี้อาจารย์พาไปดูงานที่เด็กอ่อนในสลัมพาไปดูน้องๆพอไปถึงครูก็ได้เล่าประวัติให้ฟังน้องๆในนี้ทุกคนเป็นเด็กที่น่าสงสารมากเป็นเด็กที่เกิดมายังไม่มีความพร้อมไม่ว่าจะเป็นด้านการเงินหรือทางด้านพ่อแม่ผู้ปกครอง


ในภาพอาจจะมี 4 คน, รวมถึง Patcharee Palasak, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังนั่ง, ตาราง และสถานที่ในร่ม

อันนี้จะแบ่งเป็นสามช่วงอันนนี้จะเป็นโซนเด็กอ่อนก็จะมีครูจิตอาสามาช่วยกันดูแลน้องๆจะได้อาบน้ำก่อนนอนและเด็กโตก็จะมีกานแบ่งห้องเป็นสามห้อง
พื่อให้ง่ายต่อการดูแล



ในภาพอาจจะมี 5 คน, รวมถึง Krittrin Tumat และ Suttida Suyanun, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังนั่ง และสถานที่กลางแจ้ง

หมดเวลาสนุกแล้วสิกลับมหาลัยจ้า


บันทึกอนุทินครั้งที่10


บันทึกอนุทินครั้งที่10
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2561
เวลาเรียน08:30-11:30น.
ว่าที่ รต. กฤตณ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด




ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการ์ตูนเคลื่อนไหวน่ารัก


การสอนแบบไฮสโคป




ไฮสโคป (High Scope) เป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำผ่านมุมเล่นที่หลากหลาย ด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก และการแก้ปัญหาอย่างกระตือรือร้น โดยการให้โอกาสเด็กเป็นผู้ริเริ่มการเล่นหรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างอิสระ ซึ่งตรงตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา (Cognitive Theory) ของเปียเจต์ (Piaget) นักการศึกษาที่สำคัญคนหนึ่งของโลก ความสำคัญในด้านพื้นฐานโดยเฉพาะการสร้างองค์ความรู้ของผู้เรียน จะเน้นการเรียนรู้แบบลงมือกระทำ (Active Learning) เพราะเด็กจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงทำให้เกิดความคิด  ความรู้  ความเข้าใจ และรู้จักลงมือแก้ปัญหาด้วยตนอง

แนวการสอนแบบไฮสโคป (High Scope) เป็นอย่างไร

ไฮสโคป (High Scope) ใช้หลักปฏิบัติ 3 ประการ คือ
1. การวางแผน (Plan) เป็นการกำหนดแนวทางการปฏิบัติ หรือการดำเนินงานตามงานที่ได้รับมอบหมายหรือสิ่งที่สนใจด้วยการสนทนาร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก และเด็กกับเด็ก ว่าจะทำอะไร อย่างไร การวางแผนกิจกรรมนี้เด็กอาจแสดงด้วยภาพหรือสัญลักษณ์ประจำตัวเด็กหรือบอกให้ครูบันทึก เป็นกระบวนการที่เด็กมีโอกาสเลือกและตัดสินใจ
2. การปฏิบัติ (Do) คือ การลงมือทำกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ เป็นส่วนที่เด็กได้ร่วมกันคิด แก้ปัญหา ตัดสินใจ และทำงานด้วยตนเอง หรือร่วมกับเพื่อนอย่างอิสระตามเวลาที่กำหนดโดยมีครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือในจังหวะที่เหมาะสม เป็นส่วนที่เด็กได้มีการพัฒนาการพูดและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมสูง
3. การทบทวน (Review) เด็ก ๆ จะเล่าถึงผลงานที่ตนเองได้ลงมือทำเพื่อทบทวนว่าตนเองนั้นได้ปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางไว้หรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การทบทวนจุดประสงค์ที่แท้จริงคือ ต้องการให้เด็กได้เชื่อมโยงแผนการปฏิบัติงานกับผลงานที่ทำ รวมถึงการเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ลงมือทำด้วยตนเอง


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การสอนแบบไฮ

บันทึกอนุทินครั้งที่9


บันทึกอนุทินครั้งที่9
วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2561
เวลาเรียน08:30-11:30น.
ว่าที่ รต. กฤตณ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการ์ตูนเคลื่อนไหวน่ารัก


การเรียนในคาบบนี้ได้เริ่มขึ้นให้ทุกคนจับฉลากนำเสนอจ้าฉันได้
การสอนแบบสาธิตจ้า

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการ์ตูนเคลื่อนไหวน่ารัก


วิธีการสอนแบบสาธิต

การสาธิต คือ วิธีสอนที่ผู้สอนหรือวิทยากรแสดงหรือกระทำให้ดูเป็นตัวอย่างพร้อมๆกับการบอก อธิบายเพ่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงในเชิงรูปธรรม ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้จากการสังเกตกระบวนการ ขั้นตอนการสาธิตนั้นๆ วิธีการสอนแบบสาธิตเป็นวิธีการที่ยึดผู้สอนเป็นศูนย์กลาง เพราะเป็นผู้วางแผน ดำเนินการ และลงมือปฏิบัติ (รพีพรรณ สาครสินธุ์,2524,หน้า 76)
การสาธิตแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1.สาธิตวิธี หมายถึง ผู้สอนแสดงวิธีทำสิ่งต่างๆให้ผู้เรียนได้เห็นวิธีทำอย่างชัดเจน ตามขั้ตตอน ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเข้าใจและสามารถนำวิธีการนั้นๆไปปฏิบัติตามได้ผลด้วยตนเอง
2.สาธิตผล หมายถึง ผู้สอนได้แสดงผลงานที่ได้ทำสำเร็จเรียบร้อยแล้วมาให้ผู้เรียนได้ดูการสาธิตแบบนี้จะได้ผลเฉพาะผู้ที่สนใจงานนั้นๆอยู่แล้ว เช่น การปักผ้าแบบต่างๆ เป็นต้น
ความมุ่งหมาย
1.เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความสนใจในบทเรียนยิ่งขึ้น
2.เพื่อช่วยอธิบายเนื้อหาวิชาที่ยาก ซึ่งต้องใช้เวลามาก ให้เขาใจง่ายขึ้นและประหยัดเวลา
3.เพื่อให้ผู้เรียนเห็นขั้รตอนการปฏิบัติต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนข้าใจและสามารถปฏิบัติตามได้
ขั้นตอนการสอน
1. ผู้สอนแสดงการสาธิต ผู้เรียนสังเกตการสาธิต
2. ผู้สอนและผู้เรียนอภิปรายและสรุปการเรียนรู้ที่ได้จากการสาธิต
3. ผู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
ขั้นตอนของการสอนแบบสาธิต
1.      ขั้นเตรียมการสอน
1.1    กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้โดยวิธีการสาธิต
1.2    ศึกษาเนื้อหาสาระให้ชัดเจน  และจัดลำดับให้เหมาะสม
1.3    เตรียมกิจกรรมให้ผู้เรียนปฏิบัติ
1.4    เตรียมสื่อ อุปกรณ์ เอกสารให้เพียงพอกับผู้เรียน
1.5    กำหนดเวลาการสาธิตให้พอเหมาะ
1.6    กำหนดวิธีการประเมินผล
1.7    เตรียมสภาพห้องเรียน
1.8    ทดลองสาธิตก่อนสอนจริงในห้องเรียน
2.      ขั้นสาธิต
2.1    แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระที่จะเรียนรู้
2.2    บอกให้นักเรียนรู้บทบาทของตนเอง ได้แก่ การทดลองปฏิบัติ การจดบันทึก การสรุป
2.3    แนะนำสื่อการเรียนรู้
2.4    ดำเนินการสาธิต
3.      ขั้นสรุป
3.1    ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปผลที่เกิดจากการสาธิต
3.2    บันทึกขั้นตอนการสาธิตพร้อมทั้งผลที่เกิดขึ้น
4.      ขั้นวัดและประเมินผล
4.1    ผู้เรียนทดลองสาธิตให้ผู้อื่นดูพร้อมทั้งบอกผลและข้อคิดที่ได้
4.2    ให้เขียนรายงาน ตอบคำถามจากแบบฝึกหัด และแสดงความคิดเห็น
ข้อดีและข้อจำกัด
ข้อดี
1)      ทำให้ผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง
2)      ทำให้ผู้เรียนเข้าใจง่ายและจดจำเรื่องที่สาธิตได้นาน
3)      ทำให้ผู้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง
4)      ทำให้ประหยัดเงินและประหยัดเวลา
5)      ทำให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์
ข้อจำกัด
1)      หากผู้เรียนมีจำนวนมากเกินไปก็อาจทำให้การสังเกตไม่ทั่วถึง
2)      ถ้าผู้เรียนเตรียมการมาไม่ดีเมื่อเวลาสาธิตวนไปวนมาหรือสาธิตไม่ชัดเจนก็ทำให้ได้ผลไม่ดี
3)      ถ้าการสาธิตนั้นเน้นที่ผู้สอนโดยผู้เรียนไม่มีโอกาสได้ปฏิบัติเลย ผู้เรียนก็อาจจะได้ประสบการณ์น้อย
4)      บางครั้งการสาธิตที่เยิ่นเย้อก็ทำให้เสียเวลา
เทคนิคการสอนด้วยวิธีสาธิต
ก่อนการสาธิต มีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้
1  การ กำหนดวัตถุประสงค์ ของการสาธิตให้ชัดเจนว่าการสาธิตนั้นมีวัตถุประสงค์อย่างไรการสาธิตบางอย่าง เป็นการสาธิตกระบวนการเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจกระบวนการ ขั้นตอน เช่น การสาธิตการใส่สายสวนปัสสาวะ
2 การ เตรียมการ ผู้สอนต้องเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการสาธิต เตรียมขั้นตอนการสาธิตซึ่งวิธีการเตรียมที่ถูกต้องคือ ต้องลองสาธิตดูก่อน เป็นการตรวจสอบว่าขั้นตอนเหล่านั้นถูกต้องหรือไม่ หากเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นก็มีโอกาสแก้ไขได้ก่อน
ขณะทำการสาธิต
ผู้สอนควรอธิบายหรือบรรยายให้ผู้เรียนเข้าใจวัตถุประสงค์ของการสาธิต  หลัง จากนั้นจึงนำเข้าสู่การสาธิต โดยการอธิบายให้ฟังหรือใช้สื่อต่าง ๆ อาจจะเป็นสไลด์ประกอบคำบรรยายหรือวีดิทัศน์ หรือวิธีการที่ผู้สอนทั่วไปใช้คือ การให้ผู้เรียนได้ศึกษามาก่อน โดยให้ไปอ่านเอกสาร หนังสือ หรือค้นคว้าเรื่องราวที่สาธิตนั้นก่อน ก็จะทำให้การสาธิตดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและผู้เรียนเข้าใจได้ชัดเจน
ใน ขณะสาธิตผู้สอนต้องดำเนินการสาธิตไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ อาจจะสลับด้วยการบรรยายแล้วสาธิต วิธีที่จะทำให้บรรยากาศการสาธิตเป็นไปด้วยความตื่นเต้น ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสาธิตตลอดเวลา อาจจะเป็นการถามนำ กระตุ้น หรือให้ผู้เรียนช่วยสาธิตเรื่องราวบางเรื่องที่มีความสลับซับซ้อนหรือมีขั้น ตอนยุ่งยาก ผู้สาธิตก็ต้องสาธิตหลาย ๆ ครั้ง หรือให้ผู้เรียนทำตามไปด้วยเป็นขั้น ๆ ผู้สอนจะต้องชี้แนะหรือเน้นย้ำในส่วนที่สำคัญตลอดเวลา ดังนั้นการวางแผนสาธิตจำเป็นต้องเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี
ภายหลังการสาธิต
เมื่อ การสาธิตจบลงแล้ว การย้ำเน้นเรื่องราวที่สาธิต ไม่ว่าจะเป็นการสาธิตกระบวนการหรือสาธิตผู้สอนก็ต้องให้มีการสรุป ทั้งนี้ผู้ดูหรือผู้เรียนเป็นผู้สรุปเอง โดยมีการอภิปรายแลกเปลี่ยนกัน หรือบางครั้งการจัดอาจจะจบลงด้วยการสรุปโดยวีดิทัศน์ หรือสไลด์ประกอบเสียง โดยการสอบถาม แจกแบบสอบถาม แบบทดสอบ ทั้งนี้อยู่ที่ระยะเวลาที่เหลือ
                การวัดและประเมินผล
การ สอนแบบสาธิตส่วนใหญ่ผู้สอนหรือผู้สาธิตจะมีบทบาทในการประเมิน อาจจะโดยการสังเกต วิเคราะห์คำตอบว่าผู้เรียนเข้าใจหรือไม่เพียงใด แต่การประเมินที่ดีคือการให้ผู้เรียนได้ทำแบบทดสอบหรือแบบสอบถาม

บันทึกอนุทินครั้งที่8


บันทึกอนุทินครั้งที่8วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561
เวลาเรียน08:30-11:30น.ว่าที่ รต.
กฤตณ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


การเรียนสำหรับชั่วโมงนี้

เรียนเรื่องจุดมุ่งหมายของการศึกษา

จุดมุ่งหมาย  คือจุดที่ต้องพยายามไปให้ถึงเป็นสิ่งที่หวังไว้ในอนาคต  เป็นเครื่องบอกทิศทางให้ผู้ทำงานอย่างหนึ่งพยายามไปให้ถึงจุดนั้น  เปรียบเสมือนผู้กำหนดทิศทาง  ดังนั้นจุดมุ่งหมาย       ทางการศึกษาจึงเป็นการกำหนดทิศทางของกิจกรรมทางการศึกษาให้ได้ดังที่พึงประสงค์ไว้  
          การกำหนดจุดมุ่งหมายเป็นงานที่มีความสำคัญ  เพราะจุดมุ่งหมายที่กำหนดขึ้นจะเห็นแนวทางในการกำหนดเนื้อหา  การเลือกวิธีสอน  กิจกรรมการเรียนการสอน  ตลอดจนการวัดผล  จึงควร           มีลักษณะที่ชัดเจนและเป็นไปได้ในเชิงปฏิบัติ  สิ่งที่สำคัญอยู่ตรงที่ว่าต้องรู้ให้แน่ชัดเสียตั้งแต่ต้นว่า  วิชานี้ บทนี้ จะต้องวัดอะไรบ้าง  จะต้องวัดมากน้อยอย่างละเท่าไร  และจะต้องวัดด้วยวิธีใด  ซึ่งจัดว่าเป็นสิ่งแรกที่สำคัญที่สุดของกระบวนการวัดผล  ดังนั้นการที่จะตอบคำถามดังกล่าวนั้นได้  จึงจำเป็นที่จะต้องรู้ถึงจุดมุ่งหมายของวิชา  หรือบทเรียนนั้นเสียก่อนว่าต้องการให้เกิดสิ่งใดกับผู้เรียนบ้าง  จึงจะสามารถทำการวัดได้อย่างถูกต้อง  หากพิจารณาจากกระบวนการสอนที่เรียกว่า OLE จะประกอบด้วย 
             


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

1.  จุดมุ่งหมาย (Objective) การเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้  โดยเน้นที่เป้าหมายของการสอน  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้เป็นพฤติกรรมทั้ง 3 ด้าน  ได้แก่  ด้านความรู้ความคิด (ด้านพุทธิพิสัย)  ด้านเจตคติ (ด้านจิตพิสัย) คือการได้เห็นคุณค่า  เห็นความสำคัญ  และด้านทักษะ (ด้านทักษะพิสัย) คือการปฏิบัติได้ถูกต้องตามวัย
                ดังนั้น  ในการสอนจึงต้องตั้งจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทั้ง 3 ด้าน  มิใช่เพียงด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว  จึงจะถือว่าเป็นการสอนที่สมบูรณ์  ตลอดจนมุ่งให้ผู้เรียนสามารถนำประสบการณ์ใหม่ไปใช้ได้ 
                2. การเรียนการสอน (Learning Experience) เป็นกิจกรรมที่สำคัญในกระบวนการทางการศึกษา  เพราะเป็นการนำหลักสูตรไปใช้ปฏิบัติให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่ได้กำหนดไว้  คุณภาพของการศึกษาจะดีหรือไม่นั้น  การสอนเป็นสำคัญซึ่งจะทำหน้าที่พัฒนาและเสริมสร้างผู้เรียนให้เกิด  การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม  และมีประสบการณ์การเรียนรู้เพิ่มขึ้น
                3. การประเมินผล (Evaluation) เป็นการติดตามผลการจัดการเรียนการสอนว่าผู้เรียนบรรลุผลมากน้อยเพียงใด  ตามธรรมชาติของผู้เรียนแต่ละคนขึ้นอยู่กับการพัฒนาทางสติปัญญาและทางร่างกาย  ซึ่งมีความแตกต่างกัน  การประเมินผลการเรียนจะเชื่อมโยงกับจุดมุ่งหมายทางการศึกษาและวิธีการเรียน  การสอน  กล่าวคือ  ผู้สอนมักจะตั้งความหวังก่อนสอนว่าต้องการจะให้ผู้เรียนรู้อะไร  เกิดพฤติกรรมอะไร  หรือทำอะไรได้บ้าง  ซึ่งความหวังนี้เรียกว่า  จุดมุ่งหมายทางการศึกษา  ซึ่งมี 3 ด้าน  คือ  พุทธิพิสัย  จิตพิสัย  และทักษะพิสัย  วิธีการวัดและประเมินผลจึงต้องเกี่ยวพันกับจุดมุ่งหมายการศึกษา
                ดังนั้นครูหรือผู้ประเมินต้องสามารถตีความหมายของจุดมุ่งหมายรายวิชานั้น ๆ ให้ถูกต้อง  ครอบคลุมและชัดเจน  จึงจะสามารถวัดและประเมินได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการ  แต่ปัญหาที่มักพบในทางปฏิบัติ  คือ จากจุดมุ่งหมายของรายวิชาเดียวกัน  ครูผู้สอนแต่ละคนมักจะตีความต่างกันไป  โดยเฉพาะในแง่ของขอบข่าย  อันส่งผลให้การดำเนินการสอนและการสอบวัดในประเด็นที่แตกต่างกันไป