วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561

แบบฝึกหัดบท ที่8

แบบฝึกหัดบท ที่8



1. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
ตอบ เป็นการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

2. จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบการศึกษาของเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย ทั้งนี้เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่นอกจากเด็กจะพัฒนาทางกายภาพ ตามปกติแล้ว การพัฒนาทางสมองของเด็กก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว ถ้าเด็กได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ก็จะช่วยให้เด็กได้พัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ อย่างไรก็ตาม การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ของประเทศไทยในปัจจุบัน พบว่า มีดัชนีชี้วัดที่สะท้อนให้เห็นถึงการเสื่อมถอยของคุณภาพชีวิตเด็กในหลายด้าน

3. จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ 3 – 5 ปี
ตอบ จากสภาพความต้องการของเด็กไทย รวมตลอดถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก อาทิ คุณภาพและมาตรฐานของสถานรับเลี้ยงเด็ก การอบรมเลี้ยงดูเด็ก และกา รพัฒนาเด็ก เป็นต้น สามารถน ามาใช้เป็นข้อมูลในการก าหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กไทยในอนาคตได้โดยมุ่ง สนองความต้องการพื้นฐานของเด็ก และการพัฒนาเด็กให้เต็มตามศักยภาพอย่างเป็นระบบ

4. จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ ในปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยต่างมีความตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ ในการพัฒนาเด็ก และหาวิธีการในการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย โดยการร่วมมือกันระหว่างพ่อ แม่ ผู้ปกครอง โรงเรียน และชุมชน ในรูปแบบการท างานประสานสัมพันธ์กันเพื่อให้ เกิดประโยชน์แก่ เด็กปฐมวัยในการได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพของตน โดยที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง จ าเป็นต้อง ได้รับการส่งเสริมให้ท างานร่วมกับโรงเรียนและชุมชน เนื่องจากแนวความคิดว่า “เด็กปฐมวัยจะได้รับ การส่งเสริมการเรียนรู้ ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่เมื่อได้ท ากิจกรรมร่วมกันกับเพื่อน ครู และ ผู้ปกครอง

5. จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
ตอบ ความต้องการในการเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาปฐมวัยที่ต้องการให้เด็ก ปฐมวัยของไทยได้รับโอกาสในการเข้าศึกษาในระดับปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการตาม ศักยภาพของเด็กไทยโดยองค์รวม

6. จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
ตอบ พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงต้องตระหนักถึงความส าคัญของตนเอง ต้องฝึกฝนให้ท าหน้าที่เป็นครู ส าหรับเด็ก ๆ ที่บ้าน และเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาส าหรับเด็กปฐมวัย ในบทบาทที่แตกต่าง กันไปตามความถนัด ความสนใจ และความสามารถของตนเอง โดยดึงเอาชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ จัดการศึกษาส าหรับเด็กปฐมวัยด้วย ได้แก่ การมีส่วนร่วมในการบริหาร การพัฒนาหลักสูตร การ จัดการเรียนการสอน และการประเมินผล

7. จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงต้องตระหนักถึงความส าคัญของตนเอง ต้องฝึกฝนให้ท าหน้าที่เป็นครู ส าหรับเด็ก ๆ ที่บ้าน

8. จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ โดยหลักการส าคัญ คือ การให้องค์กรต่าง ๆ ในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนมี ส่วน ช่วยเหลือและร่วมมือกันในก า รให้ก า รศึกษ าแก่พ่อแม่ ผู้ปกค รอง รว มทั้ง ร่วมมือกันใน การให้บริการและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย

9. จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  คือ การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้ ค าแนะน า และความ ช่วยเหลือโดยการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นชมรม และเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองเพื่อร่วมมือกันในการ พัฒนาเด็กปฐมวัย

10. แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทย ตามความคิดเห็นของนักศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย
ตอบก็จะเป็นการรวมมือระหว่างผู้ปกครองภายในชุมชนให้เช้ามามีส่วนรวมในภายภาคหน้า

แบบฝึกหัดบทที่7

แบบฝึกหัดบทที่7 


1. จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี
ตอบ การสอนแบบมอนเตสซอรี (Montessori) เป็นนวัตกรรมที่เริ่มจากการพัฒนาแนว การสอนเพื่อใช้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญามาใช้กับเด็กปกติ โดยให้ความส าคัญกับการ จัดเตรียมสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เน้นการฝึกฝนด้านประสาทสัมผัส เปิดโอกาสให้ เด็กค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง จากสภาพแวดล้อมที่ครูจัดไว้ในห้องเรียน ซึ่งสิ่งที่เด็กเข้าไปเรียนรู้ เรียกว่างาน ท าให้เด็กได้ใช้และพัฒนาประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ ตา หู จมูก ปาก และสัมผัส

2. จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี
ตอบ การสอนแบบมอนเตสซอรี่ให้ความส าคัญแก่เด็ก โดยพัฒนาหลักสูตรขึ้นมาบนพื้นฐาน ปรัชญาของการที่ผู้ใหญ่ต้องให้การยอมรับนับถือในสภาพความเป็นจริงของเด็ก เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ ด้วยตนเองอย่างอิสระจากสิ่งแวดล้อมที่จัดไว้อย่างมีจุดมุ่งหมาย

3. จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ
ตอบ การสอนภาษาแบบธรรมชาติ (whole language) เป็นนวัตกรรมที่มีความเชื่อว่าการสอน ภาษาให้กับเด็กจะต้องเป็นภาษาที่สื่อความหมาย โดยให้เด็กเรียนรู้จากการเล่น เป็นการสอนภาษาแบบ บูรณาการ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนไปพร้อม ๆ กับสิ่งแวดล้อมหรือ สภาพการณ์ จริงจะช่วยให้ภาษานั้นง่ายต่อการเรียนรู้

4. จงอธิบายถึงแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
ตอบ จะเป็นการเรียนรู้ภาษาต่างๆ

5. จงอธิบายถึงแนวคิดของการสอนแบบเรกจิโอ เอมีเลีย
ตอบ การสอนตามแนวคิดของเรกจิโอ เอมีเลีย (Reggio Emilia) เกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ ห่างจากตัวเมืองเรกจิโอ เอมีเลียไม่มากนัก โดยมาลาตุซซี่ (Malaguzzi) ได้ท างานกับเด็กที่มีปัญหาใน การเรียนและเกิดรูปแบบว่าการเรียนการสอนไม่ใช่การถ่ายโอนข้อมูลความรู้จากผู้สอนไปสู่เด็ก แต่ สิ่ง แ ว ด ล้ อ ม จ ะ เ ป็ น ตั ว ก ร ะ ตุ้ นใ ห้ เ ด็ ก อ ย า ก รู้ แ ล ะ ค้ น ห า ค า ต อ บ ที่ ต น ส นใ จ ก า ร จั ด การศึกษาตามแนวคิดนี้เป็นการวางรากฐานให้เด็กเกิดทัศนคติที่ถูกต้องต่อการเรียนรู้ มีความสนใจใฝ่รู้ บรรยากาศ สิ่งแวดล้อมจะช่วยหล่อหลอมให้เด็กเกิดความสุขในการเรียนร

6. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมีเลีย
ตอบ นักการศึกษาของเรกจิโอ เอมีเลีย มีความเชื่อว่าเด็กเป็นผู้มีความพร้อม มีศักยภาพและ ความสามารถในการรับรู้และเจริญตามพัฒนาการ จึงท าให้ครูของเรกจิโอ เอมีเลีย ส่งเสริมให้เด็กรู้จัก คิด สร้างสรรค์ผลงานตามความสนใจของเด็ก
7. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป
ตอบ การสอนแบบไฮ/สโคป (High / Scope) เป็นการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็น ส าคัญ ให้โอกาสเด็กในการเลือกท าสิ่งต่าง ๆ ตามความสนใจของตนเอง หลักสูตรการเรียนการสอนแบบ ไฮ/สโคปริเริ่มและพัฒนาโดยนักการศึกษาชื่อ ไวคาร์ดได้จัดโครงการเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส

8. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบโครงการ
ตอบ การสอนแบบโครงการ (Project Approach) เป็นรูปแบบการจัดประสบการณ์ที่มุ่ง ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ในหัวข้อที่เด็กสนใจและครูได้พิจารณาแล้วว่ามีคุณค่าในการเรียนรู้ เด็กที่ เข้าร่วมโครงการจะได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ ค้นหาทางในการแสวงหาข้อมูล แก้ปัญหาต่าง ๆ เด็ก จะท างานร่วมกัน ช่วยเหลือและส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยครูจะเป็นผู้ช่วยเหลืออ านวยความสะดวก กระตุ้นให้เด็กคิดและทำงานร่วมกัน ซึ่งระยะเวลาในการศึกษาจะขึ้นอยู่กับความต้องการและความสนใจ ของเด็ก

9. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
ตอบ การสอนแบบวอลดอร์ฟ (Waldorf Method) เป็นนวัตกรรมที่เน้นการเรียนรู้แบบ ธรรมชาติ โดยมีความเชื่อว่าเด็กสามารถพัฒนาศักยภาพของตนได้ภายใต้การเรียนรู้อย่าง ธรรมชาติด้วยการให้เด็กท ากิจกรรมตามความสนใจ โดยมีครูและผู้ปกครองปกป้องเด็กให้ปราศจากการ รบกวนจากโลกสมัยใหม่และเทคโนโลยี

10. จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการสอนที่คิดว่าดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัย พร้อม ให้เหตุผลประกอบ
ตอบการเรียนการสอนแบบโครงการเป็นเหมือนการสอนแบบที่เด็กอย่างจะเรียนรู้แล้วเด็กก็จะตั้งใจเรียน

แบบฝึกหัดบทที่6

แบบฝึกหัดบทที่6 



1. จงอธิบายถึงความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  คือ เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับเด็ก ทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา ซึ่งนักการศึกษาปฐมวัยต่างก็ได้พยายามศึกษาค้นคว้าและวิจัยค้นหาแนวคิดและวิธีการใหม่ ๆ มาใช้เพื่อพัฒนาเด็ก ซึ่งเราเรียกว่า นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย ซึ่งครูปฐมวัยควรมีความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับความหมาย และความส าคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย

2. จงอธิบายถึงความสำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยที่มีต่อเด็กปฐมวัย
ตอบ เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่เรียนรู้ด้วยการกระท าจากประสบการณ์ตรงที่ประกอบด้วยสิ่ง ที่เป็นรูปธรรมต่าง ๆ แล้วน าไปสู่นามธรรมในที่สุด

3. จงอธิบายถึงทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ  ทฤษฎีและหลักการที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นทฤษฎีและ หลักการจากต่างประเทศ ประเทศไทยเรายังไม่มีทฤษฎีหรือหลักการในการพัฒนาเด็กที่พัฒนาขึ้นจาก ฐานข้อมูลที่มาจากเด็กไทย และบริบททางสังคมและวัฒนธรรมไทย ดังนั้นคณะกรรมการวิจัยจึงได้ พยายามศึกษาและผสมผสานความรู้ตามหลักสากลกับภูมิปัญญา วิถีชีวิตและระบบคุณค่าของสังคมไทย เข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ได้หลักการ และรูปแบบในการพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพ

4. จงวิเคราะห์ถึงกระบวนการพัฒนาของหลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ สร้างหลักการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยรวบรวมข้อมูลพื้นฐานทั้งของไทยและต่างประเทศ วิเคราะห์แนวคิดที่ใช้เป็นฐานของการวิจัยและ กำหนดเป็นหลักการในการพัฒนาเด็ก

5. จงอธิบายถึงการนำรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย โดยครอบครัวเป็น รูปแบบที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 0 – 3 ปี ผ่านทางการพัฒนา พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดู รูปแบบนี้ได้จัดท าสาระ เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่จ าเป็นและสอดคล้องกับหลักการที่เป็นพื้นฐาน และได้พัฒนาสื่อต่าง ๆ

6. จงอธิบายถึงหลักการของการศึกษาแนววิถีพุทธในการพัฒนาคนให้เป็นผู้ที่มีความรู้
ตอบ การศึกษาเป็นระบบที่พัฒนาด้านความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม แล้วก็ด้านจิตใจ เจตจ านง และด้านปัญญา ความรู้สึก ความเข้าใจ ด าเนินประสานไปด้วยกัน และส่งผลต่อกันโดยเจตจ านงของ จิตใจ แสดงตัวออกมาสู่พฤติกรรมและการสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ปัญญาที่เข้าใจมาพัฒนาพฤติกรรม ทำ ให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

7. จงอธิบายถึงหลักของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ  การพัฒนาในด้านความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมเรียกว่า ศีล  การพัฒนาด้านเจตจ านงลงไปถึงคุณสมบัติในจิตใจ ก็เป็นสมาธิรวมไปถึงเรื่อง ของคุณธรรมความดี เรื่องของสมรรถภาพและประสิทธิภาพของจิตใจ เช่น ความเข้มแข็ง หนักแน่น เพียรพยายาม สติ สมาธิแล้วก็มีความสุข ความร่าเริงแจ่มใสที่เป็นคุณสมบัติส าคัญของจิตใจ

8. จงอธิบายถึงปัจจัยของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ ปัจจัยการที่ว่ามีลักษณะบูรณาการนั้น เพราะทุกองค์ประกอบคือ ศีล สมาธิ ปัญญา นั้นอยู่ในองค์รวม ของมรรคมีองค์แปด มีลักษณะผสมกลมกลืนอย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน มีความสอดคล้องรองรับกันทั้งใน ด้านที่ต้องละเว้นและในด้านที่ต้องเจริญงอกงาม ยากที่จะแยกออกอย่างโดดเดียว และไม่สามารถตัด องค์ประกอบข้อใดทิ้งไปได้…

9. จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญา
ตอบ กระบวนการพัฒนาปัญญามีความสมบูรณ์โดยตลอด คือ จุดหมายและ ระดับ ได้แก่ โลกียปัญญาและโลกุตรปัญญามีขั้นเริ่มต้น คือ สัญญาและศรัทธามีวิธีดำเนินการที่เน้นการ ทดลองฝึกปฏิบัติและพิสูจน์ความจริงของสาระความรู้ด้วยตนเอง

10. จงเปรียบเทียบแนวคิดของรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยกับแนวคิดการสอนแบบจิต ปัญญามีความแตกต่างกันหรือความเหมือนกันอย่างไร
ตอบ  จะพบว่าแนวคิดต่าง ๆ มีรูปแบบและลักษณะของการจัดประสบการณ์ที่แตกต่างและ เหมือนกัน แต่ทุกแนวคิดต่างมีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกันคือ เพื่อพัฒนาให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีครบทั้ง 4 ด้าน คือ ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ซึ่งสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายในการจัดการศึกษาตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

แบบฝึกหัดบทที่5

แบบฝึกหัดบทที่5


1. จงอธิบายถึงจุดมุ่งหมายในการจัดสถานศึกษาระดับปฐมวัย
ตอบ 1. เพื่อช่วยพัฒนาเด็กให้มีความงอกงามทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา
2. เพื่อเตรียมให้เด็กมีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในชั้นประถมต่อไป
3. เพื่อฝึกให้เด็กมีระเบียบวินัย
4. เพื่อปลูกฝังนิสัยอันดีงามแก่เด็ก
5. เพื่อให้เด็กได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีที่ถูกสุขลักษณะ
6. เพื่อฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเอง
7. เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องและเหมาะสม
8. เพื่อเผยแพร่วิทยาการใหม่ ๆ เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยให้กับผู้ปกครองและ บุคคลในชุมชน 9. เพื่อช่วยเหลือเด็กในด้านสาธารณสุข โภชนาการ และการศึกษา
10. เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักการรักษาความสะอาดมีสุขนิสัยที่ดี
11. เพื่อพัฒนาทัศนคติที่ดีต่อแพทย์ พยาบาล และทันตแพทย์
12. เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสเล่นกับเครื่องเล่นต่าง ๆ หลายชนิด

2. จงอธิบายถึงแนวคิดในการเลือกรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การจัดการปฐมวัยนั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อ และความรู้ในเรื่องของมนุษย

3. จงอธิบายถึงรูปแบบของการจัดการศึกษาปฐมวัย ตามแนวคิดของเยาวพา เดชะคุปต์ ทั้ง 9 รูปแบบ
 ตอบ 1. โรงเรียนอนุบาล
2. สถานบริบาลเด็ก (nursery school) ฮิมส์ (Hymes) กล่าวว่า “สถานบริบาลเด็ก” หรือ “เนิร์สเซอรี่” เป็นโครงการที่จัดขึ้นส าหรับเด็กวัย 2 – 5 ปี
3. โรงเรียนส าหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียน (preschools) หรือบางทีเรียกว่า “สถาน บริบาล” (nursery school) เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเน้นพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กและเสริมสร้าง กิจกรรมเฉพาะด้านที่เรียกว่า “Enrichment Activities” ซึ่งเป็นโครงการครึ่งวัน ปัจจุบันโรงเรียน ส าหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียนจะเน้นพัฒนาการด้านสติปัญญา
4. ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวัน (child care center) คือ ศูนย์ที่ให้บริการการเลี้ยงดูเด็กอายุ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4 ปี ส าหรับพ่อแม่ที่ท างานในเวลากลางวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น
5. บ้านรับเลี้ยงเด็ก (family day care homes) คือ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่จัดท าขึ้นที่บ้าน ซึ่งจะจัดขึ้นส าหรับรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 – 4 ปี ในบ้านของตน โดยรับเด็กจ านวนน้อยคน ซึ่งต้องมีใบอนุญาตจัดตั้ง
6. โครงการเฮดสตาร์ท (head start) คือ โครงการส าหรับเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ยากจน หรือมีรายได้ต่ า ทั้งนี้เพื่อให้โอกาสเด็กได้มีโอกาสพัฒนาเท่าเทียมกับเด็กอื่น ๆ
7. ศูนย์แม่และเด็ก (parent – child centers) คือ โครงการที่จัดขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่ เด็กปฐมวัยที่มาจากครอบครัวที่ยากจน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่แม่และเด็กที่มีอายุต่ ากว่า 3 ปี
8. โครงการโฮมสตาร์ท (home start) คือ โครงการที่จัดขึ้นส าหรับเด็กที่มาจาก ครอบครัวที่ยากจน
9. โครงการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ (parent education) คือ โครงการที่ให้การศึกษาแก่ พ่อแม่เกี่ยวกับพัฒนาการและการอบรมเลี้ยงดู และการให้การศึกษาบุตร
4. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน
ตอบ การจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน มีเป้าหมายหลักอยู่ที่เด็กอายุระหว่าง 3 – 6 ปี เป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และการเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนเข้าเรียนใน ระดับชั้นประถมศึกษา ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา การด าเนินการที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐและเอกชน จะมีรูปแบบการจัด 2 ลักษณะ คือชั้นอนุบาล ชั้นเตรียมประถมศึกษาหรือชั้นเด็กเล็ก

5. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ ในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็กนั้นมีเป้าหมายหลักอยู่ที่เด็กปฐมวัยที่ มีอายุตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี ที่ด้อยฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม

6. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบอื่น
ตอบ หน่วยงานของรัฐ มีการให้บริการความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก แก่พ่อแม่ผู้ปกครอง โดยมุ่งให้องค์กรท้องถิ่น อาสาสมัคร พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือบุคคลในครอบครัว เป็น ผู้รับผิดชอบในการจัดกิจกรรม เช่น กิจกรรมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเคลื่อนที่ กิจกรรมการพัฒนาเด็กโดย ครอบครัว และกิจกรรมการผลิตและใช้สื่อเพื่อพัฒนาเด็กของกรมการพัฒนาชุมชน

7. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในระบบโรงเรียนอนุบาล
ตอบ โรงเรียนอนุบาลคือสถานเลี้ยงดูเด็กชายหญิง อายุ 4 – 6 ปี มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเด็กทั้ง ร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ทั้งเตรียมเด็กให้พร้อมที่จะศึกษาขั้นต่อไป โรงเรียนอนุบาลเป็น สถานที่ซึ่งท าหน้าที่อบรมเลี้ยงดูเด็กแทนพ่อ แม่ ในเวลากลางวัน ช่วยเหลือแม่ที่มีบุตรต้องดูแลหลายคน หรือที่ออกไปท างานนอกบ้าน

8. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ โรงเรียนอนุบาลของเอกชนอยู่ในความดูแลของส านักงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ เอกชนเป็นผู้รับผิดชอบ รับเด็กหญิงชายอายุ 3 – 6 ปี เข้าเรียน เพื่ออบรมเลี้ยงดูให้พัฒนาทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

9. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบการศึกษาอื่น ๆ
ตอบ เนื่องจากการจัดการศึกษาและการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย ปัจจุบันมีรูปแบบการจัดที่ หลากหลาย และด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันจึงมีการเรียกชื่อต่างกัน รวมถึงวิธีการด าเนินการและ เกณฑ์การรับเด็กที่มีอายุต่างกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันจึงต้องกล่าวถึงการจัดด าเนินงานด้าน การศึกษาปฐมวัยของหน่วยงานใน แต่ละหน่วยงานที่มีจุดประสงค์ และการจัดด าเนินงานที่มี ลักษณะเฉพาะของตนเอง

10. จงอธิบายถึงการดำเนินการและลักษณะของโรงเรียนอนุบาล
ตอบ รูปแบบของการจัดโรงเรียนอนุบาล เพื่อเป็นการจัดการศึกษาปฐมวัย เพื่อ อบรมเลี้ยงดูเด็กให้มีการพัฒนาทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาด้วยการจัดประสบการณ์ โดยวิธีการเล่นปนเรียน เน้นอุปกรณ์ของจริงให้เด็กได้มีส่วนร่วมกิจกรรมในกระบวนการเรียนการเล่น ทั้ง กลุ่มและรายบุคคล โดยมีการวางแผนในการด าเนินการจัดการศึกษาปฐมวัยอย่างเป็นระบบ

แบบฝึกหัดบทที่4

แบบฝึกหัดบทที่4 



1. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในช่วงไม่มีระบบโรงเรียน
ตอบ การจัดการศึกษาปฐมวัยของไทยเรา มีมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล คือ ตั้งแต่สมัย กรุงสุโขทัย แต่มิได้มีการด าเนินการอย่างเป็นรูปเป็นร่าง หรือมีแบบแผนแต่อย่างใด กล่าวคือ เป็น การศึกษาแบบไม่เป็นทางการ ไม่มีหลักสูตร ไม่มีการบังคับ เป็นการสอนแบบให้เปล่า ไม่มีค่าจ้างหรือค่า เล่าเรียน การเรียนขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้เรียน เนื้อหาที่เรียนเน้นด้านพุทธิศึกษาและวิชาชีพเป็น หลัก การศึกษาปฐมวัยในลักษณะนี้ได้สืบทอดมาจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี จวบจนถึงยุคกรุง รัตนโกสินทร์ตอนต้น
2. จงอธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว
ตอบ จัดตั้งขึ้นในพระบรมมหาราชวัง จัดชั้นเรียนเป็นชั้นที่ 1 (เทียบได้กับชั้นมูล) เรียน แบบเรียนเร็วเล่ม 1 ชั้นที่ 2 เรียนแบบเรียนเร็วเล่ม 2 ชั้นที่ 3 เรียนแบบเรียนเร็วเล่ม 3 เป็นการเรียน จากแบบเรียนปนการเล่น กิจกรรมมุ่งส่งเสริมให้มีการสร้างแรงจูงใจแก่เด็กให้เรียนด้วยความสนุกสนาน ดังพระราชด ารัสตอนหนึ่งในพิธีเปิดโรงเรียนว่า “เมื่อได้มาเห็นการเล่าเรียนของลูกที่จัดขึ้นใหม่ในเวลานี้ ท าให้มีใจฟูขึ้นด้วยความยินดีพาให้นึกถึงเมื่อครั้งที่พ่อเล่าเรียนอยู่แต่ตอนนั้นดูผิดกันกับเดี๋ยวนี้มาก การ เล่าเรียนครั้งนั้นเป็นการยากล าบาก เรียนเหมือนอาจารย์บอกหนังสือและไม่ใคร่เป็นเรื่องจูงใจให้รื่นเริง ในการเรียนเหมือนเดี๋ยวนี้”

3. จงอธิบายถึง วิชาหรือเนื้อหาสาระ 10 อย่าง ของโรงเลี้ยงเด็ก พ.ศ.2433
ตอบ ี พ.ศ.2433 พระอัครชายา พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสินีนาฎ ในรัชการที่ 5 ได้ ตั้งโรงเรียนเด็กขึ้นที่ต าบลสวนมะลิ ถนนบ ารุงเมือง โดยน าเด็กยากจนจรจัดหรือก าพร้า มาไว้ในโรงเลี้ยง เด็กเพื่อดูแลให้มีพลานามัยดี ปลอดภัย และมีการศึกษาเพื่อเป็นพลเมืองดีสืบไป ส าหรับการศึกษาของ เด็กระดับก่อนประถมศึกษาที่เป็นบุคคลธรรมดาสามัญที่พอมีอันจะกิน การศึกษาเล่าเรียนในเบื้องแรกนี้ จะเล่าเรียนกันที่บ้านโดยมีบิดามารดาเป็นผู้สอนให้ ส่วนเด็กที่บิดามารดายากจนต้องท างานหาเช้ากินค่ า ไม่มีเวลาได้อบรมสั่งสอนก็จะน าไปฝากไว้ที่วัดให้เรียนหนังสือกับพระตลอดจนให้อบรมสั่งสอนด้วย การศึกษาในระดับก่อนประถมศึกษานี้เป็นการศึกษาที่ใครจะเรียนก็ได้ ไม่เรียนก็ได้ เป็นความประสงค์ เฉพาะตัว

4. การจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในโครงการศึกษา พ.ศ.2441 แบ่งออกเป็นกี่ระดับ จงอธิบาย
ตอบ 5ระดับดังนี้
1. ปัจจัยทางด้านการคุกคามของจักรวรรดินิยมตะวันตก เพื่อความปลอดภัยของ บ้านเมือง จึงต้องปรับเปลี่ยนการจัดการศึกษาให้เป็นแบบสมัยใหม่ และให้แพร่หลายไปทั่ว ราชอาณาจักร
2. ปัจจัยทางด้านสติปัญญาและแนวคิดตามแบบตะวันตก อันเป็นผลมาจากการติดต่อ ค้าขายกับต่างชาติ จึงท าให้เกิดการเผยแพร่ความรู้และวิทยาการต่าง ๆ ตามแนวคิดและแบบอย่าง ตะวันตก แม้กระทั่งพระบรมวงศานุวงศ์ก็ได้รับการศึกษาภาษาและวิชาการอย่างตะวันตกเช่นกัน บุคคล เหล่นี้ได้ทรงเป็นผู้น าในการพัฒนาบ้านเมืองในระยะต่อมา ดังนั้นการจัดการศึกษาตามแบบใหม่ของไทย เรา จึงได้รับอิทธิพลทั้งในแง่ความคิดและอาศัยบุคคลจากตะวันตกร่วมด าเนินการด้วย
3. ปัจจัยจากการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีประสบการณ์จาก การเสด็จประพาสต่างประเทศ ซึ่งพระองค์ทรงสนพระทัยเยี่ยมชมกิจการด้านต่าง ๆ ของต่างประเทศ พร้อมทั้งได้ทรงน าแบบอย่างการจัดการศึกษาที่ทรงพบเห็นมาเป็นแนวทางส าคัญในการจัดการศึกษา ชาติ และยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้เชื้อพระวงศ์และนักเรียนไทยเดินทางไปศึกษาวิชาการต่าง ๆ ยัง ต่างประเทศ เพื่อน าความรู้ที่ได้มาพัฒนาการศึกษาในบ้านเมืองต่อไป
4. ปัจจัยทางด้านการเลิกทาสและเลิกระบบไพร่ ท าให้ราษฎรจ านวนมากต้องท ามาหา เลี้ยงชีพเอง และจ าเป็นต้องมีความรู้เพื่อการด ารงชีพ จึงต้องมีการปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีส่วน ช่วยเหลือสนับสนุนคนกลุ่มนี้
5. ปัจจัยทางด้านความต้องการคนเข้ารับราชการ เนื่องจากมีการปรับปรุงด้าน การปกครองและการบริหารส่วนกลาง จึงต้องการข้าราชการไปปฏิบัติงานตามหัวเมืองต่าง ๆ มากขึ้นทุก ระดับ จ าเป็นต้องจัดการศึกษาเพื่อสนองความต้องการของบ้านเมืองในจุดนี้ ปัจจัยเหล่านี้มีความส าคัญมากต่อการก่อให้เกิดการจัดการศึกษาตามแบบใหม่ขึ้นในรัชสมัย นี้ เพื่อมุ่งใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการปฏิรูปประเทศให้เกิดผลดีและในที่สุด ก็คือ เพื่อการรักษาเอก ราชของชาติไว้ให้ได้ ปัจจัยทั้ง 5

5. ในยุคเริ่มต้นของการจัดอนุบาลเอกชน พ.ศ.2454 – 2470 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ เป็นยุคเริ่มก่อตัวของอนุบาลเอกชน ในช่วงนี้กลุ่มมิชชั่นนารีได้เข้ามา จัดตั้งโรงเรียนขึ้นมาในประเทศไทย ท าให้มีการเปิดแผนกอนุบาลขึ้นในโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง 74 โรงเรียนที่จัดอย่างมีระบบ ได้แก่ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยเป็นโรงเรียนแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิด สอนระดับอนุบาล โดยจัดตามแนวของฟรอเบล โรงเรียนราชินีเป็นแห่งที่ 2 ที่เปิดแผนกอนุบาลนับเป็น โรงเรียนแรกที่ด าเนินการโดยคนไทย คือ มจ.หญิงพิจิตรวิราภา เทวกุล ด าเนินการสอนทั้งแบบของ ฟรอเบล และมอนเตสซอรี่จากประเทศญี่ปุ่น ส่วนโรงเรียนมาแตร์เดอี เป็นแห่งที่ 3 ที่เปิดชั้นอนุบาล สอนตามแบบประเทศอังกฤษ

 6. การจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศมีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ในระหว่างปี 2480-2482 กระทรวงธรรมการได้จัดส่งครูหลายท่านไปศึกษาและดูงานการศึกษาปฐมวัยในประเทศญี่ปุ่น อาทิ นางจิตรา  ทองแถม ณ อยุธยา  ไปศึกษาและดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นเวลา 6 เดือน และได้กลับมาจัดเตรียมการดำเนินงานโรงเรียนอนุบาล และได้ส่งนางสาวสมถวิล  สวยสำอาง (นางสมถวิล สังขะทรัพย์) ไปศึกษาด้านการศึกษาปฐมวัย ณ ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2482 กระทรวงธรรมการได้คัดเลือกครู 3 คน คือนางสาวสวัสวดี วรรณโกวิท  นางสาวเอื้อนทิพย์ วินิจฉัยกุล (นางเอื้อนทิพย์ เปรมโยธิน) และนางสาวเบญจา ตุงคะสิริ (คุณหญิงเบญจา แสงมะลิ) ไปศึกษาการอนุ ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งท่านเหลานี้ก็ได้กลับมาเป็นผู้นำทางการศึกษาปฐมวัยของไทยในเวลาต่อมา

7. แผนการศึกษาชาติฉบับ พ.ศ.2503 แบ่งการศึกษาออกเป็นกี่ระดับ จงอธิบาย
ตอบ “คู่มือการจัดอนุบาลศึกษา 2503” เพื่อให้ได้หลักสูตรที่ สอดคล้องกับหลักสูตรประถมศึกษา เนื้อหาที่เรียนแบ่งเป็น 7 รายวิชา คือ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ธรรมชาติศึกษา สังคมศึกษา ศิลปศึกษา สุขศึกษา และขับร้องดนตรี ทั้งนี้ได้มีการจัดประชุมสัมมนา ครูใหญ่จากโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักรเพื่อทำแนวการสอนวิชาต่าง ๆ ขึ้น 7 เล่ม พร้อมเอกสาร

8. ในปี พ.ศ.2523 กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานใดให้รับผิดชอบการศึกษาระดับก่อน ประถมศึกษา จงอธิบาย
ตอบ ได้ประกาศตั้งส านักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ โดยโอน โรงเรียนระดับอนุบาลและประถมจากกรมสามัญศึกษาและองค์การบริหารส่วนจังหวัดมาสังกัด มีภารกิจ ส าคัญคือจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับตามพระราชบัญญัติประถมศึกษา

9. หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2546 มีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ “หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546” โดยได้ผ่านการพิจารณา ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องให้มีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะน าไปใช้เป็นแนวทางจัดการศึกษาปฐมวัยให้มี ประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกันโดยมีสาระตอนหนึ่งระบุว่า “กระทรวงศึกษาธิการหวังว่า หลักสูตรฉบับนี้จะเป็นแนวทางในการอบรมเลี้ยงดู และจัดการศึกษาระดับปฐมวัยให้แก่ผู้เกี่ยวข้องได้ เป็นอย่างดี และสามารถน าไปใช้จัดประสบการณ์ให้แก่เด็กได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการปฐมวัย ศึกษาสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นที่แวดล้อมเด็กและบรรลุผลตามจุดหมายที่ก าหนดไว้ใน หลักสูตร

10. จงวิเคราะห์ถึงการศึกษาปฐมวัยของไทยตามความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา
ตอบ  การศึกษาปฐมวัย เริ่มด้วยจุดมุ่งหมาย เพื่อเตรียมความพร้อมของเด็กเข้าเรียนชั้นประถมซึ่งจัดกันเอง ไม่ปรากฏว่ามีหลักสูตรหรือคติการเล่า เรียนเป็นแบบแผน ต่อมาจึงมีหลักสูตรกลางถึงการศึกษาระดับนี้บ้าง แต่เพียงก าหนดนโยบายไม่ได้เป็น แนวทางในการปฏิบัติ และในโครงการศึกษาหรือแผนการศึกษาก็ไม่ได้กล่าวถึงการจัดการศึกษา

แบบฝึกหัดบทที่3

แบบฝึกหัดบทที่3


1. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษ
ตอบ โรงเรียนบริบาลในประเทศอังกฤษเน้นหนักไปในทางกิจกรรมการเล่นสำหรับเด็ก สำหรับตัวครูมักจะปล่อยให้สอนไปตามสัญชาติญาณของตนเองโดยจะต้องเป็นผู้นำของเด็กในการเล่นใน ร่มและกลางแจ้ง โดยใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างหลากหลาย เน้นให้ครูและพยาบาลผู้ดูแลได้ตระหนักและ เข้าใจวิธีการใช้ภาษาของเด็ก เพื่อช่วยให้เด็กได้พัฒนาทักษะการคิดอย่างกว้างขวาง กิจกรรมที่จัดต้อง คำนึงถึงความต้องการทางสังคม ทางอารมณ์ และนำไปสู่การพัฒนาสติปัญญาด้วย การเล่นของเด็ก จะต้องมีจุดประสงค์ที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ครูต้องจัดเวลาในการสอน ทักษะที่จำเป็นให้แก่เด็ก แม้ว่าเด็กจะมีอิสระที่จะเลือกท ากิจกรรมใด ๆ ตามที่ต้องการแต่ก็จะต้องมีการสอดแทรกกิจกรรมหรือ การเล่นที่ครูได้วางแผนไว้อย่างดีแล้วเข้าไปด้วย

2. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา
ตอบ ในสหรัฐอเมริกามีสถานเลี้ยงเด็กตั้งมากว่า 100 ปีแล้ว ดำเนินการโดยกลุ่มเอกชนต่าง ๆ รัฐบาลมีส่วนเข้ามาสนับสนุนและรับผิดชอบตั้งแต่ ค.ศ.1850 โดยตั้งเป็นสถาบันที่ให้สวัสดิการสังคมให้มี ความช่วยเหลือชั่วคราวสำหรับแม่ที่ต้องทำงานจนกว่าจะสามารถเลิกทำงานนอกบ้าน และกลับไปเลี้ยง ดูลูกของตนเองได้ ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวันนี้นับว่าเป็นการแก้ปัญหาการเลี้ยงดูบุตรชั่วคราวได้อย่างดี แต่ เป็นการแก้ปัญหาในการเกิดสงคามและผู้หญิงต้องออกทำงานนอกบ้านแทนผู้ชาย เมื่อสงครามยุติศูนย์ เหล่านี้ก็สลายตัวไป ในปี ค.ศ.1973 โรบี (Roby, 1973, p.63 อ้างถึงในปานตา ใช้เทียมวงศ์, 2534, หน้า 131) ได้รายงานว่าบรรดามารดาทั้งหลายที่ต้องออกมาท างานนั้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะมีความ จ าเป็นต้องท าสาเหตุมาจากการหย่าร้าง สามีเสียชีวิต หรือไม่ก็แยกกันอยู่ นอกจากนั้นก็ยังมีสาเหตุอื่น เช่น สามีตกงานหรือมีรายได้น้อยไม่สามารถจุนเจือครอบครัวได้ ในการศึกษาระดับปฐมวัยของประเทศ

3. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในอัลเบอร์ตา แคนาดา
ตอบ รัฐบาลของอัลเบอร์ตาได้จัดตั้งบริการการศึกษาปฐมวัยในปี ค.ศ.1973 ในกรมการศึกษา ต่อมาในปี ค.ศ.1982 หน่วยงานนี้อยู่ในสายงานของกรมการศึกษาพัฒนาสาธารณสุขชุมชน และบริการ สังคม บริการการศึกษาปฐมวัยเป็นหน่วยประสานงานระหว่างหน่วยงานดังกล่าวกับหน่วยงานอื่นและ สถาบันที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือแก่เด็ก ๆ ในครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยจัด โปรแกรมขึ้นสำหรับเด็ก ผู้ปกครอง คณะทำงาน และชุมชน สิ่งที่ควรทราบในการศึกษาระดับปฐมวัย ของอัลเบอร์ตา แคนาดา

4. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโก
ตอบ อิทธิพลของโซเวียตรัสเซีย ในปี ค.ศ.1930 มีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อการศึกษาชั้นอนุบาลตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ ทฤษฎีทางการศึกษาของโซเวียตรัสเซีย ทำให้องค์ประกอบทางวัฒนธรรมในระบบการศึกษาของเม็กซิโก เปลี่ยนแปลง
1.1 การเน้นความส าคัญของลูกกรรมกรว่าเป็นผู้สมควรได้รับโอกาสทางการศึกษา
1.2 การเน้นทางด้านการรับรู้อย่างมีเหตุผลต่อสิ่งแวดล้อมและปรากฏการณ์ ต่าง ๆ
 1.3 การต่อเติมห้องในโรงเรียนอนุบาล เพื่อรับดูแลเด็กเล็กที่มารดาออกไปท างาน
1.4 บทบาทของผู้ปกครอง ครู และเด็ก มีความส าคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
1.5 การเน้นความส าคัญของพัฒนาการทางสุขภาพร่างกายของเด็กเล็ก
1.6 การจัดกิจกรรมต่าง ๆ จะต้องปลูกฝังให้เด็กมีความรักในชนชั้นกรรมกร และ ประเทศของตน เด็ก ๆ โดยเฉพาะชนบทจะต้องเริ่มฝึกนิสัยในชนชั้นระบบนารวม และพร้อมที่จะให้ ความร่วมมือเพื่อส่วนรวม

5. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอล
ตอบ  สถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน ศูนย์เลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนของรัฐ และสถานรับ เลี้ยงเด็กในคิบบุทซ์ ทั้ง 3 ประเภทนี้ยังแยกย่อยออกได้อีกเป็นประเภทที่มีความเชื่อทางศาสนาแคบ ๆ เฉพาะกลุ่ม หรือประเภทที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางศาสนาเลย แต่ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนใหญ่ในสังคมหรือ ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินทุนที่ให้ความช่วยเหลือ สถาบันการเงินเหล่านี้แยกได้เป็นของรัฐบาลกลางและ ขององค์การต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นของเอกชน ของเทศบาล หรือของคิบบุทซ์ก็ได้ สำหรับสถาบันเด็กแต่ ละประเภทมีโปรแกรมการฝึกหัดครูเฉพาะของตนเองเช่นเดียวกับโปรแกรมการนิเทศการสอนของครู เด็กที่อายุ 0 - 5 ปี จะได้รับการศึกษาอนุบาลซึ่งบังคับและให้เปล่า และเด็ก ๆ ร้อยละ 100 จะเข้าเรียน ในโรงเรียนอนุบาลสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี รัฐบาลจะให้เงินอุดหนุนค่าเล่าเรียนโดยพิจารณาตาม ความจำเป็นของครอบครัวเป็นราย ๆ ไป
6. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศญี่ปุ่น
ตอบ โรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของญี่ปุ่นได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1976 ที่วิทยาลัยครูสตรีแห่ง โตเกียว โดยนายทานากะ ฟูจิมาโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกลับจากดูงานที่สหรัฐอเมริกา และได้เสนอให้จัดตั้ง โดยนำแบบอย่างมาจากสหรัฐอเมริกาสอนตามแบบโฟรเบล มีการสอนร้องเพลง และกิจกรรมการเล่นต่าง ๆ โดยที่ครูผู้สอนไม่มีความรู้เกี่ยวกับโฟรเบล และหลักการสอนเกี่ยวกับ ปฐมวัยเลย จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จ านวนมารดาที่ต้องออกท างานนอกบ้านมากขึ้น สถาน เลี้ยงเด็กกลางวันกลายเป็นสิ่งจ าเป็นและเป็นที่นิยม อย่างแพร่หลาย ในระยะหลังจึงมีการส่งครูและ พยาบาลไปศึกษาเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัย ในยุโรป และสหรัฐอเมริกาเพื่อปรับปรุงการศึกษาปฐมวัยให้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น การศึกษาปฐมวัยในญี่ปุ่น

7. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษกับประเทศสหรัฐอเมริกา
ตอบ ประเทศอังกฤษเน้นหนักไปในทางกิจกรรมการเล่นสำหรับเด็ก
ส่วนสหรัฐอเมริกาจะเป็นการดูแลเด็กเผื่อให้ผู้ปกครองไปทำงานนอกบ้าน


8. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโกกับประเทศอิสราเอล
ตอบ ประเทศเม็กซิโกจะเน้นให้ความสำคัญแก่ตัวเด็ก และ จัดให้เขาได้มีการพัฒนาการไปอย่างเต็มที่ประเทศอิสราเอลจะเน้นความสำคัญของลูกกรรมกรว่าเป็นผู้สมควรได้รับโอกาสทางการศึกษา และเน้นทางด้านการรับรู้อย่างมีเหตุผลต่อสิ่งแวดล้อมและปรากฏการณ์ ต่าง ๆ

9. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในอัลเบอร์ตา แคนาดากับประเทศญี่ปุ่น
ตอบ ศึกษาปฐมวัยของอัลเบอร์ตา แคนนาดา คือ การส่งเสริมให้เด็กได้มีพัฒนาการและมีเจตคติที่ดีต่อตนเอง มีความภาคภูมิใจและตระหนักในคุณค่าของ ตน
การจัดการศึกษาของประเทศญี่ปุ่นการจัดการศึกษาในต่างประเทศ ผู้อ่าน จะได้น ามาพิจารณาเปรียบเทียบกับการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยในประเทศไทย ซึ่งแต่ละประเทศได้ ให้ความส าคัญในการจัดการศึกษาปฐมวัยค่อนข้างมาก

10. ท่านคิดว่าการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศใดที่สามารถจัดได้อย่างดีและเหมาะสม
ตอบ ประเทศเม็กซิโก

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561

แบบฝึกหัดบทที่2

แบบฝึกหัดบทที่2 

1. จงอธิบายถึงแนวคิดของคอมมิวนิอุสในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศึกษาปฐมวัย
ตอบ คอมมิวนิอุสมีความเชื่อว่า การศุกษาควรเป็นไปตามลำดับขั้นของธรรมชาติ ครูจำเป็นต้องสังเกตลำดับขั้นตอนตามธรรมชาติดังกล่าวและจัดการเรียนรู้สำหรับเด็ก แนวคิดของคอมมิวนิอุสสะท้อนให้เห็นในลำดับขั้นพัฒนาการ
2. จงอธิบายถึงแนวคิดของรุสโซในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศึกษาปฐมวัย 
ตอบเด็กเกิดมาพร้อมกับแนวโน้มที่จะเป็นคนดี เด็กเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับสิ่งแวดล้อม เด็กควรเติบโตไปตามธรรมชาติ 

3. จงอธิบายถึงแนวคิดของเปสตาลอซซี่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศึกษาปฐมวัย 
ตอบเปสตาลอซซี่เชื่อว่า การศึกษาธรรมชาติถือเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอน เปสตาลอซซี่มุ่งเน้นความคิดของการจัดหลักสูตรแบบบูรณาการกล่าวว่าการจัดการศึกษาให้แก่เด็กควรรวมถึงการพัฒนาร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ 

4. จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดตั้ง “โรงเรียนสวนเด็ก” ของโฟรเบล 
ตอบ ฟรอเบลเป็นบุคคลที่มีความสำคัญและมีบทบาทมากผู้หนึ่งต่อการศึกษาปฐมวัยโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดในการเรียนรู้ หลูกสูตร และการฝึกหัดครู นอกจากนั้นฟรอเบลยังเป็นบุคคลแรกที่ได้ออกแบบหลักสูตรสำหรับเด็กปฐมวัยโดยเฉพาะ หลักสูตรของฟรอเบลเน้นความสำคัญของการเล่น และการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ฟรอเบลมีความเชื่อว่าเด็กเล็กๆ เกิดมาพร้อมกับความรู้และทักษะที่สะสมอยู่ภายใน หน้าที่ที่สำคัญของครู คือ การพยายามดึงความสามารถที่มีอยู่ภายในของเด็กออกมา และช่วยให้เด็กตระหนักถึงความสามารถของตนเอง

5. จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัยของมอนเตสซอรี่ 
ตอบ ค้นพบว่าเด็กต้องการการกระตุ้นและการจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม มอนเตสเซอรี่จึงคิดหาวิธีการที่จะช่วยเด็กให้มีพัฒนาการทางสติปัญญาและอารมณ์ ซึ่งต่อมาได้พัฒนาการสอนสำหรับเด็กปกติด้วย โดยได้เปิดรางเรียน


6. จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัยของดิวอี้ 
ตอบ ดิวอี้มีความเชื่อว่า เด็กเรียนรู้จากประสบการตรง การศึกษาควรมีความสัมพันธ์กับชีวิตปัจจุบันของเด็ก ดิวอี้เน้นความสำคัญของความรับผิดชอบต่อสังในระบอบประชาธิปไตย การสอนที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงความสนใจและความสามารถของเด็ก หลักสูตรควรมีลักษณะที่ยืดหยุ่นได้ และสัมพันธ์กับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของเด็ก บทบาทของครู คือเป็นผู้จัดเตรียมประสบการณ์ สภาพแวดล้อมให้กับเด็ฏเพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้ หรือมีประสบการณ์ด้วยตนเอง เด็กควรมีเสรีภาพในด้านการคิด การแสดงออก โดยครูจะเป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือ แนะนำ ส่งเสริมและวางแนวทางที่เหมาะสมแก้เด็กอย่างต่อเนื่องกันไป 

7. การนำแนวคิดด้านความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้ อย่างไร จงอธิบาย 
ตอบ ความเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง ความต้องการได้รับการยอมรับจากผู้อื่น ความต้องการความรักและเป็นเจ้าของ ความต้องการความปลอดภัยและมั่นคง ความต้องการตอบสนองร่างกาย

8. การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางสติปัญญาไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไร จงอธิบาย 
ตอบ เด็กพยายามปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมโดยซึมซาบประสบการณ์ (assimilation) และการปรับ โครงสร้างสติปัญญา (accommodation) ตามสภาพแวดล้อมเพื่อให้เกิดความสมดุลในโครงสร้าง ความคิดความเข้าใจ

9. การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางบุคลิกภาพไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไร จงอธิบาย 
ตอบ วัยนี้เป็นรากฐานของพัฒนาการด้านบุคลิกภาพ และ บุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเด็กที่สุด คือ แม่ จะเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างสูงต่อบุคลิกภาพและสุขภาพจิต ของเด็ก

10. การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางสังคมไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไร จง อธิบาย
ตอบ ของการเลียนแบบของเด็ก ประกอบด้วย 4 กระบวนการ คือกระบวนการดึงดูดความสนใจ กระบวนการคงไว้ กระบวนการแสดงออก กระบวนการจูงใจ